ผลงานของเรา

 1. บจก.โชคประพันธ์ก่อสร้าง  
 2. บจก.เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้
     (มหาชน)  
 3. บจก.สหสุธา   
 4. บจก.สแกนเอ็นจิเนียริ่งแอนด์
     คอนซิลแท็นท์  
 5. บจก.ท็อปสแปน  
 6. บจก.อินทิเกรท ซีวิลกรุ๊ป  
 7. บจก.เพชรปทุมวิศวกรรม  
 8. บจก.อี ทู เอ็นจิเนียริ่ง  
 9. บจก.ณัฐณิชา การโยธา  
 10. บจก.อี ทู เอ็นจิเนียริ่ง
 11. บจก.วาเทคทรานมิสชั่นแอนด์
       ดิสทริบิวชั่น 
 12. บจก.สหสุธา   
 13. บจก.ทศธาร  
 14. บจก.ซันสตีลกรุ๊ป
 15. บจก.ไทยเทครับเบอร์คอร์ปอเรชั่น

เกี่ยวกับเรา

บริษัท ปช.รุ่งเรืองการโยธา จำกัด ผู้ผลิตเข็มเจาะ  เสาเข็มเจาะระบบแห้งและระบบเปียก  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35-40-50-60-80-100-120 เซนติเมตร รับทำเสาเข็มเจาะทั่วประเทศ ควบคุมดูแลโดยช่างวิศวกรผู้ชำนาญงานมากว่า 30 ปี
  
เสาเข็มเจาะระบบแห้ง  เป็นระบบเสาเข็มเจาะขนาดเล็กที่มีแรงสั่นสะเทือนต่ำ ไม่กระทบต่ออาคารใกล้เคียง อีกทั้งยังสะดวกต่อการขนย้ายและยังสามารถทำงานได้ในพื้นที่แคบๆ การปลูกสร้างอาคารต่างๆสิ่งสำคัญที่สุดคือฐานราก ซึ่งถ้าไม่สามารถรับน้ำหนักของอาคารได้แล้ว ยังทำให้อาคารทรุดหรือแตกร้าวได้ซึ่งยากต่อการแก้ไข และสามารถทำความเดือดร้อนให้ข้างบ้านเรือนเคียงอีกด้วย นำมาซึ่งปัญหาต่างๆมากมาย
  
บริษัท ปช.รุ่งเรืองการโยธา จำกัด จึงเห็นความสำคัญต่อการก่อสร้างที่ต้องอาศัยความแข็งแรง การมีประสิทธิภาพของบุคคลากรและคุณภาพของงานเพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการมีความพึงพอใจในผลงาน เราจึงเป็นหนึ่งในบริษัทเสาเข็มเจาะที่ได้รับความไว้วางใจจากโครงการขนาดใหญ่ ตลอดจนผู้รับเหมา และท่านเจ้าของบ้านตลอดมานอกจากนี้ ทางเรายังมีรับบริการ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยระบบ Siesmic Test หลังจากเสร็จงานเสาเข็มเจาะแล้ว

ข้อดีเสาเข็มเเบบเจาะ
- สามารถลดการสั่นสะเทือน
- ใช้พื้นที่น้อยในการทำงาน
- รับน้ำหนักได้ดี
  
- เหมาะกับงานทุกชนิด
- ลดเวลาการก่อสร้าง
- ลดปัญหามลพิษ

ตารางการรับน้ำหนักของเสาเข็มเจาะ

ขนาดเข็ม (ซม.)พื้นที่หน้าตัด (ซม.2)Perimeter (ซม.)ความลึก (ซม.)รับน้ำหนักปลอดภัย (ตัน)
3596211018-2330-40
401,25612618-2330-52
501,96315718-2350-70
602,82718818-2370-90
รายละเอียดและกรรมวิธีในการทำเสาเข็มเจาะ (ระบบแห้ง)  
ในการทำเสาเข็มเจาะชนิดนี้ ประกอบด้วยอุปกรณ์ค่อนข้างเล็กไม่ยุ่งยาก เคลื่อนย้ายสะดวกไม่ต้องการบริเวณทำงานมากนัก  อุปกรณ์หลักประกอบด้วย ขาหยั่ง 3  ขา  ( TRIPOD )  ปลายบนติดรอกเดี่ยวใช้ กว้านลม (AIR WINCH) เป็นเครื่องจักรกลหลักในการเจาะ ยก  ดึง และ ถอดปลอกเหล็ก ซึ่งมีขั้นตอนการทำเสาเข็มเจาะ ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1.   การจัดเครื่องมือเข้าศูนย์กลางเสาเข็มเจาะ
  • ปรับตั้ง 3 ขา ให้ได้ตรงแนวศูนย์กลางของเสาเข็ม เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว จึงตอกหลักยึดปรับแท่นเครื่องมือให้แน่นแล้วใช้กระเช้า ( BORING TACKLE ) เจาะนำเป็นรู  ลึก ( PRE  BORE) ประมาณ 1.00  เมตร
  • ขั้นตอนที่ 2.   การตอกปลอกเหล็กชั่วคราว (CASING)
  • 2.1   ขนาดและความยาวของปลอกเหล็กชั่วคราว ปลอกเหล็กชั่วคราว ( CASING ) จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเดียวกันกับเสาเข็มเจาะ ซึ่งแต่ละท่อนจะมีความยาว 1.20  เมตร ต่อกันด้วยระบบเกลียวในการทำงานจะตอก  ปลอกเหล็กผ่านชั้นดินที่ไม่มีเสถียรภาพ ( UNSTABLE  STRATUM )  ซึ่งอยู่ด้านบน จนกระทั่งถึงชั้นดินที่มีเสถียรภาพ ( STABLE  STRATUM )  เพื่อป้องกันการเคลื่อน พังของผนังรูเจาะ
    2.2   การควบคุมตำแหน่งให้ถูกต้องและอยู่ในแนวดิ่งในการทำงานการตอกปลอกเหล็กชั่วคราวลงไปแต่ละท่อนจะได้มีการตรวจสอบ  ตำแหน่งศูนย์กลางของเข็มและแนวดิ่งอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เข็มเจาะเอียง
  • ขั้นตอนที่ 3.   การเจาะ
  • 3.1   อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะจะใช้กระเช้าเก็บดิน (BORING TACKLE) เมื่อกระเช้าถูกทิ้งลงไปในรูเจาะด้วยน้ำ หนักของตัวเองดินก็จะถูกอัดเข้าไปอยู่ในกระเช้า ทำซ้ำกันเรื่อยๆ จนดินถูกอัดจนเต็ม กระเช้า จึงนำขึ้นมาเทออก การเจาะจะดำเนินไปจนกระทั่งได้ ความลึกตามที่ต้องการ
    3.2   การตรวจสอบการเคลื่อนพังของดินในชั้นที่ไม่มีปลอกเหล็กชั่วคราว ในระหว่างการเจาะเอาดินขึ้น จะหมั่นตรวจสอบว่าผนังดินพังหรือยุบเข้า (CAVE IN) หรือไม่ โดยดูจากชนิดของดินซึ่งเก็บขึ้นมาควรจะต้องสอดคล้องกับความลึก และคล้ายคลึงกับเข็มต้นแรกๆ ถ้าตรวจพบว่าดินเกิดจากการเคลื่อนพังจะรีบแก้ไขในทันทีโดยตอกปลอกเหล็กชั่วคราวให้ลึกลงไปอีก
    3.3   การขนย้ายดิน ดินที่เจาะขึ้นมา จะนำออกมานอกบริเวณโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดน้ำหนักจริง (SURCHARGE)  ต่อเสาเข็มต้นถัดไป
     
  • ขั้นตอนที่ 4.   การตรวจสอบรูเจาะก่อนใส่เหล็กเสริม
    4.1   การวัดความลึก โดยวัดจากความยาวของสายสลิงร่วมกับความยาวของกระเช้าตักดิน
    4.2   การตรวจสอบก้นหลุม ใช้สปอร์ตไลท์ส่องดูก้นหลุมว่ามีการยุบเข้า (CABE IN) มีน้ำซึมหรือไม่ ถ้ามีน้ำซึมที่บริเวณก้นหลุม จะเทคอนกรีตแห้งลงไปประมาณ 0.10 ม.3  โดยแบ่งเป็นชั้นๆ และกระทุ้ง (COMPACT) ให้แน่นด้วยตุ้มเหล็ก
     
  • ขั้นตอนที่ 5.   ใส่เหล็กเสริม
    5.1   ชนิดของเหล็กเสริม ใช้เหล็กเสริมข้ออ้อยชั้นคุณภาพ SD 40 ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ม.อ.ก.24-2527
    5.2   ขนาดและปริมาณเหล็กเสริมใช้ตามกำหนดของวิศวกรรมผู้ออกแบบ
    5.3   การใส่เหล็กเสริมหย่อนโครงเหล็กให้อยู่ตรงการของรูเจาะจนถึงระดับที่ต้องการและยึดให้แน่นหนา เพื่อที่ขณะที่เทคอนกรีตโครงเหล็กจะไม่ขยับเขยื้อน
     
  • ขั้นตอนที่ 6.   การเทคอนกรีต
    6.1   ชนิดของคอนกรีต คอนกรีตที่ใช้เป็นคอนกรีตผสมโม่ มีกำลังอัดประลัยที่  28  วัน  เมื่อทดสอบโดยแท่งคอนกรีตทรงกระบอก f15 x 30 ซม. ไม่น้อยกว่า 210 กก / ซม2  ซีเมนต์ที่ใช้เป็น ( PORTLAND CEMENT TYPE 1 ) ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์  อุตสาหกรรม มอก.15-2532
     
  • ขั้นตอนที่ 7.   การถอดปลอกเหล็กชั่วคราว
    จะต้องเทคอนกรีตให้มีระดับสูงกว่าปลอกเหล็กชั่วคราว (CASING) พอสมควรจึงจะเริ่มถอดปลอกเหล็กขึ้น โดยปกติขณะถอดปลอกเหล็กจะต้องให้มีคอนกรีตอยู่ภายในปลอกเหล็กไม่น้อยกว่า 0.50 ม. เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ชั้นดินอ่อนบีบตัว  ทำให้ขนาดเสาเข็มเจาะเปลี่ยนไป และเป็นการป้องกันมิน้ำใต้ดินไหลซึมเข้ามาในรูเจาะก่อนที่จะทำการถอดปลอกเหล็กชั่วคราวออกหมด จะต้องเตรียมคอนกรีตให้มีปริมาณเพียงพอ และ จะต้องเผื่อ คอนกรีตให้สูงกว่าระดับที่ ต้องการประมาณ 30-40 ซม. เพื่อป้องกันมิให้ หัวเข็มในระดับที่ต้องการสกปรก เนื่องจากวัสดุหรือเศษดินร่วงหล่นลงไป ภายหลังจากการถอนปลอกเหล็กออกหมดแล้ว